โครงการ Summer Work and Travel
USA
WAT Diary
รางวัลที่ 2
จากประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการ Work & Travel มา 2 ปี 2 สถานที่
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราน่าจะพอเป็นประโยชน์ไม่น้อย สำหรับคนที่กำลังสนใจจะไปโครงการ
Work & Travel นี้
สำหรับตัวเรา...จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จักกับโครงการ Work
& Travel ก็คือคำบอกเล่าต่างต่างนานาจากรุ่นพี่ในกรุ๊ป และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ
ของการเดินทางออกไปสู่โลกกว้างใบใหม่ ที่มีความสนุกสนานและท้าทายรออยู่
ปีแรกสนุกสนานกับ Busch Gardens สวนสนุกอันดับ 2 ของโลก
ในปีแรกของเราก็คือ Work & Travel 2006 นั้นเราได้ตัดสินใจเลือกไปทำที่สวนสนุก
Busch Garden รัฐ Virginia ในตอนแรกก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะไปที่ไหน
แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้เรากับเพื่อนที่ไปด้วยกันอีก 1 คนตัดสินใจเลือกที่นี่
เนื่องจากได้ฟังคำบอกเล่าจากรุ่นพี่ที่เคยไปมาแล้ว ซึ่งโดยรวมก็ค่อนข้างดี
ประกอบกับ ณ ตอนนั้นเหลือนายจ้างเราให้เลือกอยู่ไม่มากนัก เพราะเราเข้ามาจองค่อนข้างช้า
(จองสัมภาษณ์กับนายจ้างทางเว็บไซต์) การสัมภาษณ์ผ่านไปด้วยดี
เพราะที่นี่รับเด็กไทยเยอะมาก (ประมาณ 200 กว่าคน) แล้วเวลาก็เดินผ่านไปเรื่อยๆจนถึงวันออกเดินทาง...
ตื่นเต้นจัง ครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศด้วยตัวเองแบบนี้
15 Mar 06 ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง การเดินทางกำลังเริ่มขึ้นจริงๆแล้วสินะ
^^ ด้วยความที่ไปกับ China Airline ก็เลยต่อเครื่องหลายรอบจาก
ไทย -> ฮ่องกง -> ไต้หวัน -> LA -> Atlanta -> Richmond ใช่แล้วจุดหมายปลายทางของพวกเราก็คือ
Richmond International Airport แต่การเดินทางไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เราหวังไว้
ตอนรอต่อเครื่องที่ไต้หวัน เราเข้าห้องน้ำตามปกติแต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือเราดันทำซุ่มซ่ามทำซองตม.
(เอกสารสำคัญมากๆหน้าตาเหมือนซองจดหมายมีแม็กเย็บติดอย่างดี
ซึ่งจะถูกเปิดออกก็ต่อเมื่อถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกา)
แต่เราดันทำมันตกลงไปในส้วมเปียกชุ่มทั้งซองเลย ในใจก็คิดว่า
ไม่นะ!! ทำไมโชคร้ายอย่างนี้เนี่ย - - แล้วเราจะเข้าอเมริกาได้มั้ยล่ะเนี่ย!?!!?
เราได้แต่รีบวิ่งไปถามพี่เจ้าหน้าที่ที่มากับพวกเราด้วย โชคดีที่มันไม่เลวร้ายอย่างที่คิดไว้
สุดท้ายก็ไปนั่งเป่านั่งพัดให้มันแห้ง ซองตม.นี้ให้ระวังอย่าเปิดซองออกมาก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองก็พอ...
ระหว่างทางจากไต้หวันมายัง LA ใช้เวลานานพอสมควร เป็นโอกาสอันดี
ที่ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนที่กำลังจะไปที่เดียวกัน ซึ่งนั่งข้างๆ
เรา และสุดท้ายเธอคนนี้ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเรา และเป็น
roommate ของเราด้วยนั่นเอง เนื่องจากเด็กไทยที่มาที่นี่มีจำนวนมาก
ทางบริษัทจึงจัดเจ้าหน้าที่มาส่งพวกเราถึงที่พักเลย ปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่เราเจอก็คือกระเป๋าเพื่อนเราหายไป
... ซึ่งก็ต้องทำเรื่องติดต่อให้สายการบินส่งกระเป๋าตามมาให้ทีหลังที่ที่พัก
สวนสนุก Busch Gardens นี้อยู่ในเมือง Williamsburg เรียกว่าเป็นชนบทของอเมริกาก็ว่าได้
แต่ด้วยความที่เป็นชนบทนี่แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขไปกับความเป็นมิตรของผู้คน
บ้านเมืองสงบไม่วุ่นวายจอแจเหมือนในเมืองใหญ่ ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะ
ว่าชอบบรรยากาศในเมืองหรือชนบท ซึ่งสวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกที่สามารถมาเล่นกันได้ทั้งครอบครัวเลย
ไปถึงแรกๆ ก็มีจัดอบรม ไปทำบัตรพนักงาน ไปรับชุดทำงาน เนื่องจากช่วงแรกๆ
สวนสนุกยังไม่เปิดพวกเราก็เลยได้โอกาสไปเที่ยวละแวกนั้น รวมถึงไปเที่ยวในสวนสนุก
สถานที่ที่ทำงานของพวกเราด้วย ข้อดีที่สำคัญของการได้มาทำงานที่สวนสนุกแบบนี้
ก็คือเราสามารถเล่นเครื่องเล่นได้เท่าไหร่ก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ที่ไม่ใช่เวลาทำงาน
เครื่องเล่นแต่ละอย่างก็สนุกสนาน หวาดเสียวมากมาย....เวลา 3
เดือนดูเหมือนจะนาน แต่ที่จริงแล้วพอทำงานไปๆ วันวันนึงก็จะผ่านไปเร็วมาก
เนื่องจากสวนสนุกจะมีตารางวันเปิดที่แน่นอน ช่วงที่สวนสนุกปิดยาวพวกเราก็เลยได้ไปเที่ยวไกลๆกัน
เช่น New York หรือ DC หรือ น้ำตก Niagara และขากลับก็สามารถ
Stop over ที่ LA หรือ San Francisco เพื่ออยู่เที่ยว แล้วค่อยต่อเครื่องกลับเมืองไทยได้ด้วย
ข้อดีของการทำงานที่นี่ก็คือ นายจ้างจัดที่พักไว้ให้ในราคาที่ถูกและสะดวกสบาย
มีจักรยานให้ยืม มีรถรับ-ส่งไปทำงานฟรี ได้เล่นเครื่องเล่นฟรี
มีรถพาไปเที่ยว Virginia Beach หรือห้าง สวัสดิการที่นี่ค่อนข้างดีมากเลย
ซึ่งข้อดีเหล่านี้ก็มากพอที่จะทำให้เรามีความสุข สนุกสนานตลอดเวลา
3 เดือนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้ไม่ยากเลย
ปีที่สองกับชีวิตในเมืองแห่งขุนเขา Cherokee
การไปครั้งที่สองนี้เป็นการไปที่มีเป้าหมาย และใช้ความคิดมากขึ้นกว่าครั้งแรกมาก
จากประสบการณ์ในครั้งแรก มันทำให้เรารู้สึกอยากไปในที่ที่ดีกว่าเดิม
ไปแบบมีเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายของการไปในครั้งนี้ ก็เพราะอยากไปทำงานเพื่อเก็บเงิน
และอยากกลับไปเที่ยวที่ Busch Gardens อีกครั้ง เนื่องจากเมืองสองเมืองนี้ใกล้กัน
โดยคราวนี้ได้เลือกไปทำ Housekeeping ที่ Harrahs Casino &
Hotel รัฐ North Carolina เมือง Cherokee เมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขารอบตัว
360 องศา สงบมากๆ สงบจนไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ ให้เที่ยวสักเท่าไหร่
ย้อนกลับไปเมื่อ 12 Mar 07 คือวันออกเดินทาง คราวนี้ไปสายการบิน
United Airline จากสุวรรณภูมิ -> Narita -> Chicago ->
Knoxville
เหตุการณ์ดู เหมือนจะราบรื่น แต่แล้วเหตุการณ์สุดวิสัยก็เกิดขึ้นอีกจนได้
เมื่อเพื่อนลืมกระเป๋าเป้ซึ่งมีทั้งโน้ตบุค และเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าเป้นั้น
โดยลืมไว้บนรถไฟที่นั่งไประหว่าง Terminal ในสนามบิน Chicago
พวกเรารีบสอบถามเจ้าหน้าที่จนท้ายที่สุดก็ได้กระเป๋าคืนมา แต่สิ่งที่เราพลาดไปแล้วก็คือ
เครื่องบินลำสุดท้ายของพวกเรา... ตกเครื่อง
คำสั้นๆได้ใจความ ที่ดังก้องอยู่ในใจของพวกเรา 6 ชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือพี่ที่บริษัทที่มาส่งพวกเรา
ที่ตามมาช่วยเหลือพวกเราเรื่องกระเป๋าจนต้องพลอยตกเครื่อง มากับพวกเราด้วย
แต่ก็อุ่นใจไม่น้อยที่มีพี่อยู่กับพวกเราแบบนี้ ขอบคุณนะคะ^^
พวกเราต้องรอขึ้นเครื่องใหม่ตอนเช้ารุ่งขึ้น ซึ่งตอนนั้นที่ตกเครื่องเป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม
นั่นคือเรามีเวลา 1 คืน แล้วพวกเราก็ตกลงกันว่า จะออกไปเที่ยวยามราตรีใน
Chicago กันดีกว่า... เห็นมั้ยล่ะ ว่าในความโชคร้ายก็มักจะมีความโชคดีเสมอ
อย่างน้อยการตกเครื่องก็ทำให้พวกเราได้ออกมาเที่ยว Chicago แบบนี้
การเดินทางในครั้งนี้ก็เลยสนุกสนานตื่นเต้นกันตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางเลย
จากที่บอกว่าการมาในครั้งนี้มีแรงจูงใจคือทำงานเก็บเงิน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง
เพราะทางนายจ้างเพิ่งเปลี่ยนกฎ ไม่ให้มีการทำงานสองในโรงแรมหรือคาสิโนในปีนี้
จึงอยากจะบอกให้เป็นข้อคิดว่า เราไม่ควรคาดหวังอะไรไว้ให้มากนัก...
เพราะอะไรๆ มันก็ไม่แน่นอนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าเลือกที่จะมาแล้วก็ขอให้มาแบบสนุกสนาน
มาแล้วมีความสุขจะดีกว่า การมาด้วยความคาดหวังหรือวาดฝันสวยงามอะไรเอาไว้แล้วต้องผิดหวังกลับไป
สำหรับที่นี่มีข้อเสียตรงที่ต้องหาที่พักเอง ... ต้องเดินทางไปทำงานเอง
ซึ่งค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีรถเมล์เหมือนในเมือง บางครั้งก็ต้องเดิน
งาน Housekeeping ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่หนักมาก แล้วก็หนักจริงๆ
เรียกว่างานที่เราได้ทำหนักสุดในบรรดางานทั้งหมดที่เด็กไทยได้ทำ....
แต่เราก็ผ่านมันมาได้ แล้วสิ่งที่ได้กลับมามันก็คุ้มค่านะ เพราะพอเรากลับมาเมืองไทย
เรารู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ง่ายลงเยอะมากๆ ... เหมือนเราได้ผ่านอะไรที่มันลำบากๆ
กว่านี้มาเยอะแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งมากขึ้น
คำถามโดนๆถามกันบ่อยๆ
- ไปที่ไหนดี ไม่มีข้อมูลอะไรเลย
>> อยากแนะนำว่าให้ดูจากตัวเองก่อนเลย ว่าอยากไปประมาณไหน
ชอบอะไร เช่น ถ้าชอบเที่ยวก็เลือกไปที่ที่สามารถไปเที่ยวได้ง่ายๆ
เช่น ในเมือง ถ้าชอบสงบๆ ก็ไปนอกเมือง ถ้าไปเพราะอยากทำงานเก็บเงิน
ก็ต้องหาข้อมูลว่าแต่ละที่เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พัก
ค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน ลักษณะตำแหน่งงานกับความสามารถที่เรามี
การเดินทางไปทำงาน ความปลอดภัยของเมืองนั้นๆ รวมถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้นๆด้วย
- ไปแล้วคุ้มหรือเปล่า >>
ขึ้นอยู่กับมุมมองว่า คุ้มในที่นี้หมายถึงคุ้มในแง่ไหน ถ้านับเรื่องเงินก็ต้องยอมรับว่าเด็กที่ไปโครงการนี้ส่วนใหญ่ก็ขาดทุน
แต่สำหรับคนที่อยากจะไปจริงๆ และไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน
อยากให้มองว่าเงินเป็นเหมือนผลพลอยได้มากกว่า อยากให้มองไปที่ประสบการณ์ที่เราจะได้กลับมา
ถ้านับแค่ประสบการณ์ที่ได้รับกับมายังไงก็คุ้ม... ถ้าคุณรักที่จะเดินทาง
รักที่เจออะไรแปลกใหม่ ยังไงก็คุ้มแน่นอน
- ภาษาดีขึ้นหรือเปล่า >>
ต้องตอบเลยว่า แล้วแต่ตัวบุคคล ถ้าคุณกล้าพูดคุณก็ได้ตามที่คุณกล้าพูด
ลักษณะงานอาจจะมีผลบ้างเล็กน้อย
- ไปคนเดียวจะปลอดภัยมั้ย
>> ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วไปครั้งแรก มีเพื่อนไปด้วยมันก็อุ่นใจดีนะ
แต่ถ้าต้องไปคนเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะโดยส่วนใหญ่ก็จะได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ทำงานที่เดียวกันอยู่แล้ว
แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวและรอบคอบไว้เสมอนะ
- จิปาถะ >>
เรื่องของนายจ้าง ที่พัก การเดินทางไปทำงาน การหางานที่สอง
ฯลฯ แตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะตัดสินใจเลือกนายจ้าง
เราก็ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับนายจ้างนั้นๆ เสียก่อน ซึ่งอาจจะถามจากคนที่เคยไปมาแล้ว
หรือหาข้อมูลในเว็บไซต์ก็ได้
- ไปแล้วได้อะไร >>
สำหรับเราสิ่งที่ได้กลับมา แล้วมีค่ามากที่สุดก็คือ มิตรภาพ
ทั้งเพื่อนที่เป็นเด็กไทยด้วยกัน และเพื่อนชาวต่างชาติทั้งที่เป็นทั้งเจ้านาย
หรือเพื่อนร่วมงานก็ตาม สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้กลับมาจากการไปโครงการ
Work & Travel
- อยากบอกคนอ่าน >>
ใครที่ชอบการเดินทาง ชอบความแปลกใหม่ท้าทาย อยากมีประสบการณ์อะไรที่แตกต่างออกไป
อยากออกไปโลกภายนอกและใช้ชีวิตด้วยตัวเอง โครงการ Work &
Travel เป็นคำตอบที่ดีอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราได้มีโอกาสที่ดีในการไปลองใช้ชีวิต
3 เดือนในต่างแดน
ชื่อ-นามสกุล :
พรทิพย์ ศรีสิทธิไพบูลย์
Pornthip Srisitthipaiboon
WAT ID : S1020
Employer : HRC (Harrahs Casino & Hotel,
Cherokee)