Work and Travel
  See program infomation English
back to mainpage
ข้อมูลโครงการ
รายละเอียดการสมัคร
ตารางสอบ
ข้อมูลสถานที่่ทำงาน
FAQs
ติดต่อโครงการ
News & Promotions
ประกาศผลการคัดเลือกนักศึกษาผู้ได้รับทุน OEG –CIEE Awards
Login to Exnet
(Work and Travel USA system)

Welcome Home for
Work and Travel USA 2008

โครงการ Summer Work and Travel USA


WAT Diary รางวัลที่ 3

Once upon a time in Atlantic City
………By  Bankie

ข้าพเจ้าก็เหมือนกับคนทั่วๆไป ที่ฝันอยากไปเมืองนอก โดยที่มิได้อยากไปเพียง ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่หากอยากไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ประสบการณ์การทำงานนั่นเอง ซึ่งทำให้โครงการ Work and Travel กลายเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมจาก นิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษาอย่างสูง และแน่นอนข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางอันยาวไกลในครั้งนี้ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังดินแดน แห่งโอกาสและเสรีภาพ “สหรัฐอเมริกา” นั่นเอง

หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ซัก 2 - 3 เดือน ชื่อโครงการ Work and Travel ก็มากระทบกับโสตประสาทการรับรู้ของข้าพเจ้าเข้าอย่างจัง อาจจะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ยังไงการไปอยู่เมืองนอกก็เป็นความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธได้ จากแผ่นประกาศทั่วมหาวิทยาลัยของโครงการนี้ มีบริษัทที่รับสมัครอยู่นับได้ไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง งานนี้ก็เลยต้องศึกษาข้อมูลก่อน สุดท้ายก็มาลงเอยที่บริษัท Overseas จะว่าไป การที่จะเลือกก็มิได้ใช้ตรรกะไตร่ตรอง หรือหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากนัก ก็ถามๆ คนอื่นเอา สรุปว่าบริษัทนี้แหละที่มีผู้แนะนำมากสุด เอาก็เอา

การรับสมัครสอบข้อเขียนก็ผ่านไปอย่างลุล่วง จนมาถึงการเลือกสถานที่ที่จะไปนี่แหละ ด้วยความที่อะไรก็ได้ อะไรก็คงดี จึงตัดสินใจซะช้าเลย ทุกที่ดันเต็มซะหมด เลยเหมือนกับว่าเหลืออะไรก็ต้องลงอันนั้น สุดท้ายเหลือที่ Cherokee (เอาก็ได้ ดีกว่าอดไป)

ตอนไปสัมภาษณ์กับนายจ้างนี่แหละ เค้าดันบอกว่าไม่รับคนที่ต่ำกว่า 21 (เอาล่ะซิ ซวยแล้ว) ยังดีที่ทางบริษัท Overseas ให้เลือกที่อื่นได้ในเครือเดียวกับที่ Cherokee ก็เลยหลับตาเดา เอานี่ก็ได้ Atlantic City ส่วนงานก็เอานี่เลย ไปทำ Casino Hotel น่าจะรวย ตอนนั้นเค้าให้ใส่ตำแหน่งงานไป 4 อันดับ ก็ใส่ไป ตอนหลังเพิ่งมารู้ว่า โรงแรมที่ไปทำอยู่ในเครือ Harrah’s Entertainment ซึ่งเข้าร่วมโครงการ Work and Travel กับประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระบบก็ยังมั่วซั่วอยู่ สุดท้ายตำแหน่งที่เลือกๆกันไปก็ไม่ได้กัน และเมื่อได้รับข้อมูลอีกที ก็แจ้งว่าได้งาน Slot Attendance เฮ้ย! ไม่ได้เลือกนี่หว่า แต่ก็เป็นงานดีนะ น่าจะรวยเละ 2วันต่อมา พี่ที่บริษัท โทรแจ้งมาว่า ลงงานผิดจริงๆ ได้ Casino Cleaner ตะหาก อ้าว! เป็นงั้นไป แต่ก็อย่างว่าแหละ งานนี้ก็ได้ งานก็คงไม่ได้แย่หรอก (ก็เพราะอะไรก็ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดในเวลาต่อมา)

ตอนซื้อตั๋วเครื่องบินตอนแรกกะจะนั่งเครื่อง Ana Airline ไปกับพี่ที่มหาวิทยาลัยที่ไปเมืองเดียวกัน เพราะนัดกันว่าจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ดันมาเจอ Korean Airline ถูกกว่า แถมไปเวลาไล่เลี่ยกันเลยตัดสินใจบินเดี่ยว (ก็เพราะความงกนั่นเอง) รุ่นพี่ที่ไป Ana Airline ออกเดินทางวันที่ 12 มีนาคม เวลา 11.50 ของข้าพเจ้าวันที่ 12 มีนาคม 01.00 ต่างกันไม่มาก (ขณะนั้นเข้าใจอย่างนั้น) เมื่อถึงวันที่ 11 มีนาคม ดันเอะใจเล็ก เลยโทรไปถามว่า เวลา 01.00 เนี่ยแปลว่า คืนวันที่11 หรือ 12 คำตอบที่ได้คือ คืนวันที่ 11 เพราะถือว่านับเป็นวันใหม่แล้ว อ้าว! มันคือคืนนี้นี่หว่า แล้วของรุ่นพี่ล่ะ ไปคืนวันที่ 12 เวลา 5 ทุ่ม 50 นาที งานนี้เลยต้องเตรียมตัวทันที  จัดแจงข้าวของและบึ่งรถไปยัง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทันที ยังโชคดีที่ไปทัน แต่คงต้องไปรอรุ่นพี่ที่สนามบิน JFK เป็นเวลา 1 วันเต็ม เลยนะเนี่ย ไม่เป็นไร ไม่มีทางเลือกนี่นา

เครื่องออกเหตุการณ์ทุกอย่างปกติดี จนกระทั่งไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอินชอน แดนกิมจิ ดินแดนแห่งความฝันของใครหลายคน เพื่อเปลี่ยนเครื่องเพื่อนั่งต่ออีกกว่า 13 ชั่วโมงเพื่อไป New York ดันนั่งติดกับหนุ่มใหญ่ชาวเกาหลีอายุประมาณ 40 แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ ไอ้หมอนี่ ปากเหม็นชะมัด นั่งทนต่ออีก กว่าครึ่งวันที่สุดก็ ถึงยังมหานคร New York อย่างสวัสดิภาพ

ต่อไปก็เป็นการนั่งรอนอนรอรุ่นพี่ เป็นเวลา 1 วัน (นึกถึงเรื่อง The Terminal จัง) การรอที่แสนน่าเบื่อก็ผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็ควรเข้าที่เข้าทางจนกระทั่ง
ก่อนหน้าที่ข้าพเจ้าจะขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็โทรไปถามรุ่นพี่ว่าจะให้รอที่ไหน เค้าก็ตอบว่า terminal 1 เค้าลงที่นั่น แต่เอาเข้าจริง เครื่อง Ana Airline ลงไปเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว ทำไมเค้ายังไม่มา จนเจอกันก็คือ เค้าโทรเข้ามือถือ (ยังดีที่เปิดบริการโทรข้ามแดน) และขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เพราะ terminal 1 ที่เค้าบอกเนี่ย มันคือ terminal ที่ญี่ปุ่น ที่เค้าไปเปลี่ยนเครื่อง ในที่สุดก็เจอกันและหารถไป เมือง Atlantic City จนได้

ไปถึงก็พบว่าทางนายจ้างไม่ได้มีที่พักไว้ให้ จึงต้องดำเนินการหาเอง ต้องระเห็จไปโรงแรมโน้นทีโรงแรมนี้ที กว่าจะได้บ้านก็ปาเข้าไปประมาณ 1 สัปดาห์กว่า (ที่ไม่สามารถอยู่โรงแรมเดียวตลอดได้เพราะบางโรงแรมวันเสาร์-อาทิตย์ จะคิดราคา แพงมาก) การหาบ้านที่โน่นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะอาจโดนเจ้าของบ้านโก่งราคา แต่ที่ข้าพเจ้าไป ดันไปติดต่อนายหน้าหาบ้านให้หาให้ ผลก็คือ โดนโก่งราคา ซะกระจุย แต่ก็คิดในแง่ดี ยังไงก็ดีกว่าการไม่มีที่อยู่ก็แล้วกัน

งาน Casino Cleaner ระหว่างที่อยู่ที่เมืองไทยก็วาดฝันไว้ว่าเป็นงานเก็บ เช็ด slot โต๊ะพูล ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่แย่อะไรมากมาย แต่เมื่อไปถึงทางโน่นเค้าเรียกงานนี้ว่า EVS ก็ฟังดูดีนะเหมือนหน่วยงานพิเศษอะไรเช่นนั้น จริงๆ คือ ย่อมากจาก EnVironmental Service หรือแปลตรงตัวว่า ทำอะไรก็ได้ ทำทุกอย่างนั่นเอง ไล่ตั้งแต่ทำความสะอาดใน cafeteria อันแสนสกปรก ห้องน้ำพนักงาน ห้องน้ำลูกค้า สุดท้ายจึงรู้ว่า ควรจะเขียนชื่ออาชีพเป็น janitor จะเหมาะกว่า ที่สำคัญเวลางานก็คือ เข้างานเที่ยงคืน เลิกงาน 8 โมงเช้า ซึ่งเป็นการทรมานสังขารอย่างสุดๆ

เมื่อเห็นสภาพความเป็นไปของงานและ อัตราค่าจ้างอันน้อยนิด ประกอบกับค่าครองชีพที่สูง ค่าเช้าบ้านอันมหาโหดจึงรู้ทันทีว่า รายได้ไม่มีทางที่จะพอยาไส้แน่ จึง ออกไปหางาน second job ทำ แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับ เพราะเค้าต้องการ social security number จึงดั้นด้นไปทำ ที่สำนักงานประกันสังคม เมื่อไปทำทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า จะได้ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงคอยไปคอยมาจนเป็นเวลากว่า 1 เดือนก็ยังไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าระบบราชการที่โน่นคงจะช้า และเราก็ไม่ได้จ่ายใต้โต๊ะด้วย (ความคิดเช่นนี้ ซึมซับมาจากระบบราชการของบางประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์นั่นเอง) วันดีคืนดีก็ไปเปิดบัญชีที่ Bank of America และบอกเค้าว่ายังไม่มีบัตรประกันสังคมนะ เมื่อเค้าดูความจริงก็ปรากฏคือ เรากรอกที่อยู่ผิดนั่นเอง จึงดั้นด้นไปที่สำนักงานประกันสังคมใหม่ ไปแก้ข้อมูลที่อยู่ 1 สัปดาห์ต่อมาบัตรประกันสังคมที่รอคอยก็ถูกส่งมา

เมื่อได้บัตรก็ไม่รอช้าดำเนินการสมัครงาน ช่วงนั้นข้าพเจ้าพบว่างานหลายงานได้เต็มหมดแล้ว จึงดั้นด้นไปหางานที่อื่นๆ คือ ไปหางานที่เมือง philadephia รัฐ Pensylvania แต่ก็ไม่ได้งานซักที จึงดั้นด้นหาในเมืองที่อยู่ต่อไป งานแรกที่ได้คือเป็น แม่บ้าน ของโรงแรม Howard Johnson วันแรกๆ ที่ทำก็ทำกับ trainer มีอยู่ห้องนึง trainer อาสาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และให้ข้าพเจ้าขัดห้องน้ำ เมื่อข้าพเจ้าทำเสร็จ trainer ก็ให้ดูดฝุ่นที่พื้น ส่วนตัวเค้าไปไหนก็ไม่รู้ ปรากฏว่า ไม่นานมีคนมาตรวจ และบอกว่า บนเตียงแขกไม่สะอาด ซึ่งจริงๆเป็นฝีมือของ trainer นั่นแหละ จบงานวันนั้น ข้าพเจ้าก็โดนข้อหาทำงานไม่เรียบร้อยต้องหางานใหม่ตามระเบียบ เดินหางานอีกเป็นสัปดาห์ จึงได้งานใหม่เป็นพนักงานร้าน Pretzel ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องโชคดีมาก เพราะเจ้าของร้านเป็นคนที่แฟร์แต่มีข้อแม้คือ คุณต้องมีความรับผิดชอบ จึงสนุกกับการทำงาน จนกระทั่งตกดึก ก็ไปทำงาน janitor ต่อ แต่ทำงาน ร้าน Pretzel ได้วันเดียว สงสัย enjoy กับงานไปหน่อย ใช้พลังเต็มที่เมื่อไปทำงาน first job จึงหมดแรง ทำให้หลับในที่ทำงาน ซะยังงั้น ผลก็คือข้าพเจ้าได้ทำงานร้าน pretzel โดยไม่เหนื่อยอีกต่อไป เพราะ งาน first job เค้า อัปเปหิออกนั่นเอง

การทำงานในทุกๆ ที่ก็มีเรื่อง โหด มัน ฮา บางที่ เคยทะเลาะกับ trainer จน manager ต้องเข้ามาปรับความเข้าใจก็มี สาเหตุก็เพราะ เค้าทำงานที่นั่นมา 14 ปี พอเค้าเห็นว่ามีคนมาใหม่เค้าก็ใช้ซะเลย ส่วนเค้าทำตัวเป็นคนตรวจความเรียบร้อยเท่านั้น ด้วยความเป็น คนไทยที่ ไม่ยอมตกเป็นทาสใคร การเรียกร้องความยุติธรรม จึงเกิดขึ้นนั่นเอง ส่วนการทำงานในร้าน Pretzel ก็มี เรื่องเยอะแยะ เช่น คนแก่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ แล้วข้าพเจ้าเป็น cashier ก็เลยโดนหาว่าขโมย จนต้องเปิดวงจรปิดดูปรากฏว่ามีคนขโมยไปแล้ว หรือการที่เจ้าของร้านเป็นคน strict เรื่องเวลามาก มีคนไทยที่ทำด้วยกัน โดนไล่ออกมา 3-4 คนแล้วเพราะไปทำงานสาย ข้าพเจ้าเคยตื่นสาย และเกรงว่าจะไปไม่ทันเวลาทำงาน จนต้องเรียก taxi ไปก็มี อาจจะเสียแพงกว่า แต่ก็ยังดีที่ไม่ตกงานอีกครั้ง

เรื่องประทับใจก็มีเยอะเช่นกัน โดยคนไทยที่ทำงานอยู่ที่โน่นก็มีการช่วยกัน เมื่อตกทุกข์ได้ยาก ส่วน คนลาวที่อยู่ที่โน่นก็เป็นคนดีมากเช่น บางคนให้เด็กไทยไปอยู่ด้วย เพราะหาที่อยู่ไม่ได้ก็มี ส่วนเรื่องตื่นเต้นที่สุด ก็เห็นจะมีคือการที่ข้าพเจ้ามาเมือง Casino ทั้งทีถ้าไม่ได้ลองเล่นซักครั้งก็น่าจะเรียกว่ามาเสียเที่ยว แรกๆ ก็หาเพื่อนที่มีอายุ เกิน 21 ปี ที่สามารถเล่นได้มาซักคนจากนั้นก็ลงขัน เล่นสนุกๆ ต่อมาก็คิดได้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จึงยอมเสี่ยงตาย เอาบัตรคนอื่น มายืนยันว่า เป็นบัตรของตน และเล่นมันเองซะเลย โดยที่น่าแปลกก็คือ ฝรั่ง (รวมถึงพวก นิโกรด้วย) มักจะแยกคนที่เป็น เด็กไทยไม่ออก เดินมาด้วยกันทีไรก็ทักว่าเป็นพี่น้องกันเหรอ หมดเลย จึงใช้ช่องทางนี้เอาบัตรคนอื่น เล่น Black Jack กับ Poker ซะเลย ปรากฏว่า เสียซะบานเลย แต่ก็ ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ก็แล้วกัน

โครงการ Work and Travel อันที่จริง มีอะไรมากกว่านี้อีก เยอะ ประสบการณ์ที่แต่ละคนได้รับ ก็แตกต่างกันออกไป โดยการเตรียมตัว ศึกษาข้อมูล เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงแม้จะเตรียมตัวเช่นใด ก็ยังจะต้องมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมามากมาย การฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการเอาตัวรอดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ตนเองนั่นแหละ คือที่พึ่งที่ดีที่สุด...................

ณภัทร   โตวิเศษ WAT ID - T0061 Harrah’s Atlantic City
© Copyright 2007-2008 Overseas Educational Group Co.,Ltd.