โครงการ Summer Work and Travel
USA
FAQs

นายจ้างชาวอเมริกาจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน เนื่องจากค่าแรงถูกใช่หรือไม่
ไม่ใช่ การจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงานเป็นพนักงาน ชั่วคราวของ
องค์กร หรือหน่วยงาน ต่างๆ นั้นส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่่มีธุรกิจบริการ
และ งานที่่เป็นฤดูกาล เช่น งานในสวนสนุกซึ่ง ในบางรัฐจะปิดให้บริการเป็นเวลา
ถึงเกือบ 5 เดือน ทำให้ต้องจ้าง นักศึกษาตามฤดูกาล นอกจากนั้นการจ้างงานนักศึกษาต่างชาติ
ทำให้เกิดความหลากหลายของเชื้อชาติในสถานที่่ ทำงาน นอกจากเสน่ห์ของสำเนี่ยงภาษาที่่แตกต่าง
พวกเขาเชื่อว่านักศึกษามหาวิทยาลัย เรียนรู้เร็วสนใจรับสิ่งแปลกใหม่
ปรับตัวได้ง่าย และ มีความมุ่งมั่นในการเดินทางมาทำงาน ในต่างประเทศ
ซึ่งผลักดันให้ตั้งใจที่่จะ ทำงานมากกว่าอีกด้วย

นักศึกษาจะสามารถทำงานได้ระยะเวลา้นานแค่ไหน
ตามระเบียบของโครงการ Work and Travel ซึ่งเป็นกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา
นักศึกษาจะสามารถ ทำงานชั่วคราวได้นานที่่สุดเป็นเวลา 4 เดือน
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถเริ่ม และสิ้นสุดการทำงานภาย
ในระยะเวลาที่่แจ้งไว้ในเอกสาร DS 2019 ซึ่งเป็นเอกสารที่่ใช้ยื่นขอวีซ่า
J-1 และต้องใช้ควบคู่กันตลอดระยะเวลา ที่่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ทำไมต้องขอวีซ่า
J1 เพื่อเข้าร่วมโครงการ Work and Travel
นักศึกษาส่วนใหญ่จะรู้จักวีซ่านักเรียน (F 1 visa) หรือวีซ่าท่องเที่่ยว
(B1/B2 visa) แต่วีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็นหลายประเภท
วีซ่าประเภท J 1 เป็นวีซ่าชนิดหนึ่งที่่สถานทูตอเมริกันออกให้สำหรับนักเรียน
หรือ นักศึกษาเพื่อใช้สำหรับเดินทาง เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยมีสถานภาพเป็นผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่่มีจุดประสงค์เพื่อ
การศึกษาและแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งโครงการ Work and
Travel USA เป็นอีกโครงการที่่มีจุดประสงค์ด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่าง
ประชาชนชาวอเมริกันและนานาประเทศ

วันเริ่มต้นที่่นักศึกษาจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายคือเมื่อไร และ จะทราบ ได้อย่างไร
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่่แจ้งไว้ในเอกสาร DS 2019

ถ้าไม่เป็นนักศึกษา
จะสมัครเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA ได้ หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากวีซ่าประเภท J 1 ถือเป็นประเภทหนึ่งของวีซ่านักเรียน
และ ตาม กฎหมายนักศึกษาที่่สมัครเข้าร่วมโครงการ Work and Travel
ต้องมีสถานภาพเป็นนักศึกษาภาคปกติที่่ศึกษา ปริญญาตรีในชั้นปีที่่
2 ขึ้นไป หรือ ปริญญาโท ที่่มีอายุระหว่าง 18 25 ปี โครงการจะไม่รับผู้ที่่ไม่มีสถานภาพเป็นนักศึกษา

ความสามารถทางภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในการเข้าร่วมโครงการมากน้อยเพียงใด
งานส่วนใหญ่ที่่นักศึกษาได้ทำขณะที่่เข้าร่วมโครงการ เป็นงานที่่มีลักษณะลำลอง
(Casual job) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานในสวนสนุก (Theme park)
วนอุทยานสวนสาธารณะ (National park) สถานที่่พักผ่อน (Resort)
โรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร Fast Food หรือร้านค้าสะดวกซื้อ (Convenience
Store) ซึ่งนักศึกษาจะมีโอกาสติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ดังนั้น
นักศึกษาควรมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษได้ดีเพื่อทำงานในหน้าที่่ต่างๆ
เช่น งานขายของ Merchandise หรือ งาน Reservation นอกจากนั้น
ภาษาอังกฤษยังมีความจำเป็นในการ ใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า
รวมทั้งในชีวิตประจำวันขณะดำรงชีวิตอยู่ในประเทศ สหรัฐอเมริกาด้วย
โครงการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษ ในสภาพแวดล้อม
จริง

มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการเข้าร่วมโครงการ
Work and Travel
ค่าสมัครสอบคัดเลือก 400 บาท
ค่าธรรมเนี่ยมโครงการ 1,050 เหรียญสหรัฐอเมริกา
ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศสหรัฐอเมริกา

มีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกหรือไม่
นักศึกษาควรมีเงินติดตัวขณะเดินทาง (Pocket money) ประมาณ USD
500 เพื่อนำไปใช้ในช่วงแรกระหว่างที่่รอค่าจ้างงวดแรก นอกจากนั้น
ก็เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าที่่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น
ๆ (ค่าที่่พัก และ ค่าอาหาร ของแต่ละนายจ้างจะไม่เหมือนกัน ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมใน
Website ของบริษัท) ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่่ที่่นักศึกษาไปอยู่

งานที่่ไปทำหนักมากแค่ไหน
นักศึกษาจะได้ค่าตอบแทนเท่ากับคนท้องถิ่นที่่ทำงานลักษณะเดียวกัน
โดยอัตราค่าแรง ขั้นต่ำจะ อยู่ที่่ USD 5.25 ต่อชั่วโมง (ในการเข้าร่วมโครงการในปีที่่ผ่านๆมา
นักศึกษาส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้าง มากกว่า USD 6.00 ต่อชั่วโมง)
ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับ ค่าอาหาร
ที่่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ แต่ทั้งนี่้ขึ้นอยู่กับนิสัยในการใช้จ่ายของนักศึกษาแต่ละคนด้วย
นักศึกษาบางคนสามารถเก็บเงิน และ เดินทางท่องเที่่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาจากรายได้ที่่ได้รับ
ในช่วงการทำงาน

มีงานประเภทไหนบ้าง
สำหรับโครงการ Work and Travel นั้น งานที่่ไปทำส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภท
Non-skilled ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่่ทำงาน ที่่นักศึกษา ไปทำ
ถ้าเป็นงานในสวนสนุก ก็จะมีหน้าที่่ เช่น Food service, Games
/ Rides operators, Area host/hostess, Merchandiser, Landscape,
Warehouse, Traffics, Administration, Ticket taker, etc. ส่วนถ้าเป็นงานใน
National Parks หรือในส่วนของ Hotel and Resorts ลักษณะงานจะแตกต่างกันออกไป
เช่น Housekeeping, Front desk, Retail shops, Reservation,
etc.

จะมีเงินเก็บกลับมาหรือไม่
จุดประสงค์หลักของโครงการ Work and Travel คือ ส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการดำเนินชีวิต
นอกเหนือจากการเรียนในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะได้ค้นคว้าหาประสบการณ์
และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งช่วยเปิดโลกทัศน์ของตนเองให้กว้างขึ้น
โดยจะได้รู้จักชีวิตความเป็นอยู่ การทำงาน และวัฒนธรรมที่่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมไทย
รายได้ที่่นักศึกษาได้รับจะเพียงพอสำหรับการใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน
และ การท่องเที่่ยวระหว่างอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ รายได้นอกเหนือ
จากนั้นถือ เป็นผลพลอยได้จากการเข้าร่วมโครงการ

ไปแล้วจะพักที่่ไหน
โดยส่วนใหญ่ทางโครงการจะประสานงานกับนายจ้าง หรือ องค์กรแลกเปลี่ยนในประเทศ
สหรัฐอเมริกาให้จัดหาสถานที่่พักให้ ซึ่งทำให้นักศึกษาไม่ต้องหาสถานที่่พักเอง

ค่าใช้จ่ายที่่พักเท่าไหร่ และจ่ายอย่างไร
ค่าใช้จ่ายที่่พักจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานที่่และค่าครองชีพของแต่ละรัฐ
ถ้านายจ้างจัด ที่่พักให้ นายจ้างก็อาจจะหักค่าที่่พักจาก Paycheck
ในแต่งวดการจ่ายค่าแรง ซึ่งนักศึกษาจะ เสียค่าที่่พักประมาณ
USD 50, 75, 85 หรือ 100 ต่อสัปดาห์ แล้วแต่สถานที่่ เมือง รัฐ
แต่บางนายจ้างก็ไม่ได้จัดที่่พักให้นักศึกษาจึงอาจจะต้องหาที่่พักเอง
และการจ่ายค่าที่่พักก็ต้องขึ้น อยู่กับแต่ละสถานที่่ โดยนักศึกษาควรสอบถามข้อมูลจากนายจ้างก่อน
ว่ามีที่่พักให้หรือไม่ นอกจากนั้น ที่่พักบางที่่อาจจะมีการเก็บค่ามัดจำที่่พัก
เพื่อเป็นการประกันความเสียหายของที่่พักนั้นๆ ซึ่งจะมีทั้งได้รับคืน
(Refundable Deposit) และไม่ได้รับคืน (Non-Refundable Deposit)
ขึ้นอยู่กับที่่พักแต่ละสถานที่่

จะได้ฝึกภาษาอังกฤษหรือไม่
โครงการ Work and Travel มีจุดประสงค์เน้นให้นักศึกษามีความมั่นใจ
ในการพูดและใช้ภาษาอังกฤษใน สถานการณ์จริง มากกว่าการไปเรียนภาษาอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ที่่ผ่านมานักศึกษาส่วนใหญ่จะบอกว่าได้มีโอกาส
ฝึกฝนภาษาอังกฤษในด้านการสื่อสาร ซึ่งทำให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นมากที่เดียว

เวลาอยู่ที่่นั่น จะเดินทางไปทำงานอย่างไร
ขึ้นอยู่กับนายจ้างว่าจะมีรถรับส่งอำนวยความสะดวกให้หรือไม่
แต่โดยส่วนใหญ่นักศึกษาสามารถ เดินทางไปทำงานโดยรถประจำทาง จักรยานหรืออาจเดินไปได้
ในบางกรณีบางนายจ้างจะมี ที่่พักให้ในบริเวณที่่ทำงานเลย

เราจำเป็นจะต้องทำประกันสุขภาพเสริมขณะอยู่ที่่ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่
ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าประกันสุขภาพจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนี่ยมโครงการแล้ว
โดยจะคุ้มครอง ตลอดระยะเวลาที่่เข้าร่วมโครงการ เป็นระยะเวลา
4 เดือน และจะมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่่นักศึกษา เดินทางออกจากประเทศไทย
รวมถึงตลอดระยะเวลาการทำงาน ขณะพำนัก และ ท่องเที่่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง
25 วันหลังจากจบโครงการ จนถึงวันที่่นักศึกษาเดินทาง กลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
ในกรณีที่่นักศึกษาต้องการจะเดินทางระยะสั้นเพื่อออกนอกประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างระยะเวลาใน
โครงการประกัน จะคุ้มครองและดูแลเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจาก
อุบัติเหตุต่างๆที่่เกิดขึ้นเท่านั้น ประกันจะไม่คุ้มครองถ้าอุบัติเหตุเกิดจากการกระทำใดๆที่่จงใจก่อให้
เกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต

หากไม่สบายจะทำอย่างไร
ถ้านักศึกษาไม่สบาย หรือ ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานเล็กน้อย
นักศึกษาควรติดต่อ ที่่หน่วยงาน First Aids ภายในสถานที่่ทำงานก่อน
ซึ่งส่วนใหญ่ถ้านักศึกษาไม่สบายมาก หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานร้ายแรง
ทางนายจ้างก็จะเป็นผู้ดูแล
ถ้านักศึกษาไม่สบาย หรือประสบอุบัติเหตุนอกเวลาทำงาน นักศึกษาต้องอ่านกฎของการประกัน
สุขภาพที่่ได้รับ นักศึกษา อาจจะต้องชำระเงินเมื่อไปหาหมอก่อนแล้วจึงนำใบเสร็จ
ที่่ได้มาแนบกับแบบฟอร์มขอคืนเงิน และส่งไปยังบริษัทประกัน เพื่อขอคืนค่ารักษาพยาบาล
ตามเงื่อนไขของประกันต่อไป
ถ้านักศึกษามีโรคประจำตัว และต้องรับประทานยาเป็นประจำ ควรจะนำยาไปให้เพียงพอ
ตลอดระยะ เวลาที่่อยู่ที่่ประเทศสหรัฐอเมริกาพร้อมแนบใบสั่งยาจากแพทย์
หรือ เภสัชกร อย่างเข้มงวด

เมื่อไหร่จะได้รับค่าแรง
ขึ้นอยู่กับนายจ้าง ส่วนใหญ่นักศึกษาจะได้รับค่าแรงทุก 1 หรือ
2 สัปดาห์ ในรูป Check หากนักศึกษาได้เปิดบัญชีธนาคารที่่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว
ก็สามารถแจ้งให้นายจ้างโอน เข้าบัญชีดังกล่าวได้เลย และนักศึกษาก็จะได้รับใบเสร็จโอนเงิน
(Payment Slip) แทน โดยนักศึกษาควรตรวจเช็คข้อมูลในใบเสร็จให้ถูกต้องว่าตรงกับค่าแรงที่่ควรจะได้รับหรือไม่

ถ้าตอนนี่้เรียนหนังสืออยู่ที่่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่
ไม่ได้ โครงการนี่้เป็นโครงการสำหรับนักศึกษาที่่ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ให้มี โอกาสเดินทางมาหาประสบการณ์การทำงานระยะสั้น (seasonal
job) ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน พร้อมทั้งเดินทางท่องเที่่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากนักศึกษาที่่ศึกษาอยู่ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา จะอยู่ในสถานะวีซ่านักเรียน
(F 1 Visa) ซึ่งเป็นวีซ่าที่่ใช้ในการเรียนหนังสือ แตกต่างจากนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการที่่จะอยู่ในสถานะวีซ่า
J-1 ซึ่งเป็นวีซ่าเพื่อการ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

เราจะสามารถเก็บหน่วยกิตจากการเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่
โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้ เนื่องจากโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษาไม่ถือเป็นส่วนหนึ๋ง
ของหลักสูตรทางการศึกษา อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นไปได้ในบางสาขาวิชา
เช่น สาขาการโรงแรม และ การท่องเที่่ยว สาขาสันทนาการ และที่่สำคัญต้องขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย
ที่่นักศึกษาศึกษาอยู่ด้วย เท่าที่่ผ่านมามีนักศึกษาสาขา Service
Industry ที่่มหาวิทยาลัย ให้โอนหน่วยกิตเป็นการฝึกงานได้

จะต้องจ่ายภาษีเมื่อไปทำงานหรือไม่
ทุกคนที่่ทำงานและมีรายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล
เหมือนกับ ในประเทศไทย ซึ่งคนอเมริกันที่่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี
Social Security Tax, Medicare Tax, Federal Unemployment Tax,
Federal Income Tax, State Income Tax, City Income Tax แต่สำหรับนักศึกษาที่่เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายเพียง
Federal Income Tax และ State Income Tax เท่านั้น ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่่เสียไปได้ในปีถัดไป
หลังจากที่่เดินทาง กลับมายังประเทศไทยแล้วโดยส่วนใหญ่นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี
ณ ที่่จ่ายจากรายได้ของ นักศึกษาทุก ๆ ครั้งที่่มีการจ่ายเงินค่าแรง
แต่นายจ้างที่่นักศึกษา ไปทำงานพิเศษ (Second job) นักศึกษาอาจขอแบบฟอร์มยกเว้นภาษีจากนายจ้าง
เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับงานพิเศษ

สามารถทำเรื่องขอภาษีคืนได้อย่างไร
โดยส่วนใหญ่การขอคืนภาษี (Tax Refund) สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่่นักศึกษา
เสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการแล้ว (ตัวอย่างเช่น นักศึกษาเข้าร่วมโครงการในปี
2545 นักศึกษาจะสามารถทำเรื่องได้ในปี 2546 ประมาณต้นปี) โดยทางนายจ้างจะเป็นผู้ส่งแบบฟอร์ม
W-2 (Statement of Income) มาให้ตามที่่อยู่ที่่นักศึกษาได้แจ้งไว้เมื่อเสร็จ
สิ้นการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง
โดยสามารถทำ ด้วยตนเองหรือใช้บริการจาก International Tax Service
หรือ Taxback.com
การทำเรื่องขอคืนภาษีด้วยตนเองทำได้คือ นักศึกษาต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี
1040NR EZ ซึ่งสามารถหาได้จาก
www.irs.gov
หรือจากสถานทูตอเมริกัน และ นักศึกษาสามารถ อ่านคำแนะนำในการกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษีได้จากเวบไซต์ดังกล่าว
หรือ จากคู่มือจากสถานทูต อเมริกัน การทำเรื่องขอคืนภาษีจะหมดเขตประมาณเดือนเมษายน
และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ โดยนักศึกษาจะได้รับเงินคืนในรูปแบบ
Check ตามที่่อยู่ที่่นักศึกษากรอกไว้ใน แบบฟอร์มการขอคืนภาษี

การที่่นักศึกษาต่างชาติไปทำงานเช่นนี่้เป็นการแย่งที่่ในตลาดแรงงานจาก ชาวอเมริกัน หรือไม่
ไม่เนื่องจากโครงการนี่้เป็นโครงการที่่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
เพราะ นักศึกษาอเมริกันเอง ก็มีโอกาสทำงานในต่างประเทศโดยผ่านองค์กรแลกเปลี่ยนได้เช่นกัน

สามารถเลือกตำแหน่งงานที่่จะทำได้หรือไม่
สถานที่่ทำงานแต่ละแห่งจะมีขั้นตอนในการคัดเลือกและสัมภาษณ์แตกต่างกัน
บางแห่งอาจจะ มีการสัมภาษณ์ก่อนมอบหมายตำแหน่งงานให้นักศึกษา
โดยดูจากความรู้ และ ประสบการณ์ที่่ นักศึกษามีแล้วจึงมอบหมายงานให้
หรือ บางแห่งนักศึกษาอาจจะมีโอกาสเลือกงานได้เอง แต่บางแห่งผู้ว่าจ้างอาจจะเลือกตำแหน่งงานให้เลยก็ได้

ลักษณะที่่พักเป็นอย่างไร
ที่่พักในแต่ละที่่จะแตกต่างกันออกไป อาจจะมีลักษณะเป็นแบบหอพัก
อพาตเมนท์ บ้านเช่า หรือแม้แต่โรงแรม ซึ่งนักศึกษาอาจจะต้องพักร่วมกับเพื่อนร่วมห้อง
โดยอาจจะมีการใช้ ห้องครัวร่วมกันแล้วแต่ลักษณะและขนาดของห้องพักที่่นายจ้างจะจัดให้
หรือ แล้วแต่ลักษณะ ที่่พักที่่นักศึกษา จะหาเองในกรณีที่่ นายจ้างมิได้มีการจัดที่่พักให้

ชั่วโมงการทำงานในแต่ละที่่เท่ากันหรือไม่
ชั่วโมงการทำงานในแต่ละที่่ และ ในแต่ละหน้าที่่จะไม่เท่ากัน
ชั่วโมงในการทำงานโดยเฉลี่ย ในช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม
ที่่สวนสนุกบางแห่งจะ เปิดเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ อยู่ที่่ประมาณ
24 ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์ แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่่ยวที่่มีจำนวนลูกค้ามาก
นักศึกษาอาจจะได้ทำงานโดยเฉลี่ยมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ถ้าต้องการท่องเที่่ยว 30 วันหลังจากทำงาน ต้องเปลี่ยนวีซ่าหรือไม่
ไม่ต้อง ระยะเวลาที่่ระบุไว้ในวีซ่า J-1 นั้น อาจจะไม่ครอบคลุมไปถึง
30 วันในการท่องเที่่ยว หลังจากที่่นักศึกษาเสร็จสิ้นโครงการ
แต่ตามกฎหมายวีซ่าประเภท J-1 นักศึกษาจะท่องเที่่ยวได้ ภายใน
30 วันหลังจากเสร็จสิ้นการทำงานตามโครงการ และหลังจาก 30 วันแล้วนักศึกษาจะต้องเดินทางกลับประเทศไทย

ถ้าต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินเองและต้องการซื้อตั๋วเที่่ยวเดียวได้หรือไม่
นักศึกษาสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้ด้วยตนเองแต่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
เนื่องจากเป็นกฎ ของรัฐบาลอเมริกัน แต่ในกรณีที่่นักศึกษาซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยตนเอง
และ มีเที่่ยวบินที่่ไม่พร้อม กับกลุ่ม นักศึกษาจะต้องรับผิดชอบดูแลตนเองในการเดินทางจากสนามบินไปยังที่่พักหรือทำงาน

ถ้าต้องการเรียนต่อหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการจะต้องทำอย่างไร
ในกรณีที่่นักศึกษามีความประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา
หลังจากเสร็จสิ้น การเข้าร่วมโครงการแล้ว นักศึกษาจะต้องเปลี่ยนสถานภาพจากถือวีซ่าประเภท
J-1 เป็นวีซ่านักเรียนประเภท F 1 โดยจะต้องได้รับเอกสาร I
20 จากสถาบันการศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่่นักศึกษาสมัครเสียก่อน
โดยนักศึกษาจะต้องตรวจดูว่า สถาบันการศึกษา หรือ มหาวิทยาลัยสามารถเปลี่ยนวีซ่าให้ได้หรือไม่
โดยส่วนใหญ่หน่วยงานในสถาบันการศึกษา หรือ มหาวิทยาลัยที่่มีอำนาจในการเปลี่ยนวีซ่าให้นักศึกษาคือ
Foreign student advisor แต่ ถ้าทางสถาบันนั้นๆไม่สามารถเปลี่ยนสถานะวีซ่าให้ได้
นักศึกษาจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยและ ยื่นขอวีซ่าประเภท F-1
ให้ถูกต้องก่อนเดินทางกลับไปศึกษาต่ออีกครั้ง

ทำไมต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินที่่ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยทั่วไปการใช้สนามบินต่างๆ ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนี่ยมในการใช้สนามบิน
คือ ภาษีสนามบิน นั่นเอง แต่ในปัจจุบันภาษีสนามบินนี่้จะคิดรวมอยู่ในค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว

งานใดที่่นักศึกษาไม่สามารถทำได้
งานบางประเภทที่่ผู้เข้าร่วมโครงการฯไม่สามารถทำได้ มีดังนี้้
Au pair, Mothers helper, Nanny, Babysitter, Servant, Maid
or job of a domestic nature in private home, Medical services,
Crew member on a ship or plane, Pilots, Teaching work as :
Language teachers, Fully fledged teachers, Training assistants

ถ้าโดนไล่ออกจากงานจะต้องทำอย่างไรบ้าง
หากนักศึกษาโดนไล่ออก นักศึกษาจะต้องแจ้งองค์กรแลกเปลี่ยนฯในประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่่ดูแลนักศึกษาอยู่ หากนักศึกษาต้องการทำงานต่อก็สามารถหานายจ้างใหม่ได้
ในกรณีที่่ระยะเวลา วีซ่า J-1 ยังไม่หมดอายุ และ นักศึกษาต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานใหม่ให้
องค์กรแลกเปลี่ยนทราบทันที่